วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัดบทที่ 13

1.จงอธิบายความหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
คำตอบ เป็นการดำเนินธุรกิจโดยแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้า ข้อมูล และบริการ การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ
2.เพราะเหตุใดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จึงเป็นอีกเครื่องมือและกลยุทธ์หนึ่งที่สำคัญในการช่วยให้องค์การมีความได้เปรียบคู่แข่ง
คำตอบ  เป็นองค์ประกอบพื้นฐานสำคัญอย่างหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ และเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยทรงเสริม และเพิ่มช่องทางให้กับธุรกิจ ซึ่งแฝงไปด้วยทั้งทางตรงและทางอ้อมสำหรับผู้ประกอบการ

3.ประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  สามารถจำแนกได้กี่ประเภท อะไรบ้าง
คำตอบ  4ประเภท      
         1.ธุรกิจกับธุรกิจ (Business  to  Business; B2B)
        2. ธุรกิจกับผู้บริโภค (Business  to  Consumer; B2C)
        3.ธุรกิจกับรัฐบาล (Business  to  Government;B2G)
       4.ผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer  to  Consumer;C2C).
               
  4.พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีข้อแตกต่างไปจากการดำเนินธุรกิจทั่วไปอย่างไร
คำตอบ  1.การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล
         2.การตอบสนองเพื่อการแข่งขัน
         3.การให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
        4.การควบคุมและปฏิสัมพันธ์ได้ด้วยตนเอง
        5.การสร้างร้านค้าเสมือนจริง
         6.การติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภค
         7.โครงข่ายเศรษฐกิจ
         8.การส่งเสริมภาพลักษณ์อันดี

5.หลักการตลาดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยอะไรบ้าง  จงอธิบาย
คำตอบ   1.ผลิตภัณฑ์  สินค้าหรือผลิตภัณฑ์จะต้องตรงตามความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านคุณภาพ รูปแบบ สีสัน  และประโยชน์ใช้สอย รวมไปถึงตรายี่ห้อสินค้า
         2.ราคา  การตั้งราคาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญในการดึงดูดใจลูกค้าดังนั้นควรตั้งราคาสินค้าให้เหมาะสมกับตลาดและผู้บริโภค
         3.ช่องทางการจัดจำหน่าย  การหาทำเลการค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบที่สามารถตัดสินใจได้ว่าธุรกิจจะรุ่งเรืองหรือไม่
        4.การส่งเสริมการขาย  กระบวนการที่จะทำให้ขายสินค้าได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อลูกค้า หรือแม้แต่การโฆษณาชวนเชื่อด้วยการลด  แลก  แจก  และถมสินค้าเป็นต้น
       5.การรักษาความเป็นส่วนตัว   คือการเก็บข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้า เช่น ที่อยู่  หมายเลขโทรศัพท์  หมายเลขบัตรเครดิต  หรืออีเมล  ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเว็บไซต์ ดังนั้นผู้ดูแลเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้
      6.การให้บริการแบบเจาะจง  เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตทำให้เว็บไซต์สามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าแต่ละคนได้  และสามารถให้บริการแบบเจาะจงกับลูกค้าแต่ละรายได้    
 
6.จงยกตัวอย่างข้อดีของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
คำตอบ 1.สามารถเข้าถึงลูกค้าได้เป็นจำนวนมากจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้สามารถกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
          2.สามารถจัดหาสินค้าและบริการจากผู้จำหน่ายแหล่งอื่นๆได้โดยตรงและรวดเร็ว
          3.สามรถสร้างผลประกอบการที่เป็นกำไรเพิ่มมากขึ้น

7.จงยกตัวอย่างข้อเสียของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
คำตอบ 1.มาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย
        2.ช่องทางในการติดต่อสื่อสารอาจยังไม่เหมาะสมเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน
       3.ผู้ขายและผู้ซื้อยังมีความกังวลด้านความปลอดภัยของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

8.ปัญหาที่พบในการดำเนินงานของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย มีอะไรบ้าง
คำตอบ ปัญหาเรื่องของความพร้อมของผู้ประกอบการ
           -ปัญหาในเรื่องของบุคลากรยังไม่มีความพร้อม
           -ปัญหาในเรื่องของการลาด
           -ขาดความเชื่อมั่นในผลตอบแทนที่จะได้รับ
          -ปัญหาในเรื่องของความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัย
           -ความเชื่อถือของผู้บริโภคที่มีต่อธุรกิจ
          -ค่าบริการใช้อินเตอร์เน็ตและค่าบริการสื่อสารยังมีราคาแพง
          -กลุ่มเป้าหมายทางด้านการค้าหรือประชาชนนั้นยังขาดทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์
          -ผู้ประกอบการยังกังวลกับกฎหมายที่รับรองการประกอบการ

ความหมาย
Electronic Commerce หรือ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริหาร การโฆษณาสินค้า การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น จุดเด่นของ E-Commerce คือ ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่ม ประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยลดความสำคัญขององค์ประกอบของธุรกิจที่มองเห็นจับต้องได้ เช่นอาคารที่ทำการ ห้องจัดแสดงสินค้า (show room) คลังสินค้า พนักงานขายและพนักงานให้บริการต้อนรับลูกค้า เป็นต้น ดังนั้นข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์คือ ระยะทางและเวลาทำการแตกต่างกัน จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจอีกต่อไป
อุปกรณ์และวิธีการทำ E-commerce
         อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศประกอบด้วย ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบคอมพิวเตอร์และระบบฐานข้อมูล ระบบสื่อสารอาจเป็นระบบพื้นฐานทั่วไป เช่นระบบโทรศัพท์ โทรสาร หรือวิทยุ โทรทัศน์ แต่ระบบอินเทอร์เน็ตซึ่งเชื่อมโยงถึงกันได้ทั่วโลก เป็นระบบเปิดกว้าง โดยเป็นระบบเครือข่ายของเครือข่าย ที่เรียกว่า world wide web มาจากความเป็นเอกลักษณ์คือสามารถสร้างให้มี hyperlink จากหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่ง ไป webpage อื่น หรือไป website อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถสื่อได้ทั้งภาพ เสียง และภาษาหนังสือที่หลากหลายซับซ้อน สามารถมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกันได้ทันทีทันใด ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สามารถบันทึกเก็บไว้หรือนำใช้ต่อเนื่องได้ การประยุกต์ใช้ และกระแสตอบรับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตจึงแพร่หลายภายในระยะเวลาอันสั้น
         E-Commerce ใช้ติดต่อกับลูกค้าได้หลายระดับ ธุรกิจกับลูกค้า ธุรกิจกับธุรกิจ ธุรกิจกับภาครัฐ ฯ สาระของการติดต่อจะมี 4-5 ประการ คือ
  • การขาย รวมการโฆษณา แสดงสินค้า เสนอราคา สั่งซื้อ คำนวณราคา
  • การชำระเงิน การตกลงวิธีชำระเงิน สั่งโอนเงิน ให้ข้อมูลบัญชีธนาคารที่ใช้ตัดบัญชี ตลอดจนเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ ๆ
  • การขนส่ง แจ้งวิธีการส่งมอบของ ค่าขนส่ง และสถานที่ติดต่อและระบบติดตามสินค้าที่ส่ง
  • บริการหลังการขาย การติดต่อภายในบริษัท เช่นระบบบัญชี คลังสินค้า ระบบสั่งซื้อสินค้าและวัตถุดิบ สั่งผลิต ตลอดจนบริการลูกค้าหลังการขาย
บทบาทภาครัฐกับ E-Commerce
        เนื่องจากการทำธุรกิจดังกล่าวมีการแข่งขันกันร้อนแรง ส่วนใหญ่อยู่ในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นไปได้ที่คู่ค้าอาจไม่เคยรู้จักติดต่อกันมาก่อน ปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากภาครัฐได้แก่ แผนกลยุทธ์การค้าอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ เพื่อมิให้เสียเปรียบเชิงการค้าในระดับโลก โครงสร้างการสื่อสารที่ดีและเพียงพอ กฎหมายรองรับข้อมูลและหลักฐานการค้าที่ไม่อยู่ในรูปเอกสาร ระบบความปลอดภัยข้อมูลบนเครือข่ายและระบบการชำระเงิน
        E-Government เป็นอีกมิติหนึ่งของการให้บริการภาครัฐออนไลน์ที่จะเอื้อให้ธุรกิจ ประชาชน ติดต่อใช้บริการ ในกรอบบริการงานแต่ละด้านของส่วนราชการต่าง ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยให้
บริการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์แก่สถาบันการเงิน กรมทะเบียนการค้าให้บริการจดทะเบียนการค้า เป็นต้น นอกจากนี้ การทำ E-Procurement เพื่อการจัดซื้อจัดหาภาครัฐก็เป็นบริการที่ควรดำเนินการ เพราะจะช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเป็นไปตามกรอบนโยบายของที่ประชุมเอเปคด้วย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น